การขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้างที่ได้จากที่ราชพัสดุ

การขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้างที่ได้จากที่ราชพัสดุ

                            การขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้างที่ได้จากที่ราชพัสดุ
1.นิยาม
  “ที่ราชพัสดุ”  หมายถึงอสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด  ตาม  พรบ.ที่ราชพัสดุ  พ.ศ.  2518  แต่ไม่หมายรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือโดยการซื้อหรือการแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา  ตั้งแต่วันที่  7  ก.ค.  2546
2. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
    1. การขออนุญาตรื้อถอน
       1)  โรงเรียนขออนุญาตไปยัง สพป. มีเอกสารประกอบดังนี้
            1.1  แบบสำรวจอาคารเรียนหรือสิ่งปลูกสร้าง
            1.2  แบบสำรวจสภาพอาคารเรียนหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขอรือถอน
            1.3  รูปภาพสิ่งปลูกสร้างที่ขอรื้อถอน
            1.4  ผังบริเวณโรงเรียน  พร้อมระบุตำแหน่งที่ขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง  (ถ้ามี)
            1.5  รายการแจ้งขอรื้อถอน  (แบบ ทบ.3)  และเหตุผลการรื้อถอน  พร้อมระบุว่าจะประมูลขาย  นำเงินส่งคลังเป็นรายได้ของกรมธนารักษ์  หรือขอสำสัสดุที่ได้จาการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนโดยให้  ผอ.สพป.  ลงนามาในแบบ  ทบ.3
            1.6  รายการ ส่ง – รับ  ที่ราชพัสดุ  ขึ้นทะเบียน  (แบบ  ทบ.3)
            1.7  บันทึกผลการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาซึ่งมีมติอนุมัติให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
        2. ผ.อ. สพป.  แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาสภาพอาคารเรียนอย่างน้อย  3  คน  ประกอบด้วยผู้มีความรู้ทางการก่อสร้างร่วมเป็นกรรมการดำเนินการสำรวจตามแบบ  เพื่อพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นตลอดจนปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ  ผ.อ.สพป.
       3.  ผ.อ.สพป.  พิจารณาอนุญาตรื้อถอน  ดังนี้
           3.1  อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างมานานแล้วไม่น้อยกว่า  25  ปี
           3.2  อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุด  จนใช้ประโยชน์ในราชการไม่ได้
           3.3  อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเดิมที่ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่ทดแทนตามที่ได้รับงบประมาณ
      4.  การพิจารณาอนุญาตนอกเหนือจากข้อ  3  ผ.อ.สพป. จะต้องขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
วิธีการรื้อถอน
 การรื้อถอนให้ดำเนินการด้วยวิธีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนี้
       1.  การรื้อถอนโดยการจ้าง  ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.  2535  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
       2.  ดำเนินการรื้อถอนเอง  โดยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ
       3.  รื้อถอนโดยให้ผู้ที่ชนะการประมูลซื้ออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเป็นผู้ดำเนินการเอง
       4.  เมื่อดำเนินการรื้อถอนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้  รายงานไปยัง  สพป. พร้อมจำหน่ายออกจากทะเบียนที่ราชพัสดุ  ไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่  ต่อไป
3.  เอกสารประกอบการขออนุญาตรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
    1.  แบบสำรวจสดภาพอาคารเรียน
         -  ให้จัดทำตามแบบฟอร์มที่กำหนด  พร้อมระบุข้อมูลโดยละเอียด  ทั้งอาคารเรียนและคารประกอบทุกหลัง  ให้สัมพันธ์กับแผนผังบริเวณโรงเรียน
   2.  แบบสำรวจสภาพอาคารที่รื้อถอน
        -  ให้จัดทำตามแบบฟอร์มที่กำหนด
       -  ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุให้ถูกต้อง  (ตรงตาม แบบ  ทบ. 9)
       -  ระบุการนำวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์ให้ชัดเจน
    3.  รายการแจ้งขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุ  (แบบ  ทบ. 3)
          -  ให้จัดทำตามแบบฟอร์มที่กำหนด
          -  ระบุรายละเอียดในแบบฯ  ให้สัมพันธ์กับข้อมูลในแบบรายงานอื่น ๆ
    4.  แผนผังบริเวณโรงเรียน
         -  ระบุอาคารเรียน  อาคารประกอบให้ครบทุกหลัง  สามารถตรวจสอบกับแบบสำรวจสภาพอาคารเรียนได้
    5.  สำเนาราย  ส่ง – รับที่ราชพัสดุขึ้นทะเบียน  (แบบ ทบ.9) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    6.  แบบแปลนสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่ขอนำวัสดุที่จาการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์
          -  กรณีการขอนำวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนไปสร้างอาคารให้ชัดเจน  และแบบแปลนต้องเขียนถูกต้องตามหลักวิชาช่าง  มีชื่อผู้เขียนแบบและวิศวกรรับรองแบบแปลนพร้อมจัดส่งสำเนาบัตรประจำตัววิศวกร  และสำเนาหนังสือใบประกอบวิชาชีพ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    7.  โครงการที่จะนำวัสดุที่ได้จาการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์
    8.  ภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้างที่ขอรื้อถอน  สามารถเห็นภาพโดยรวมของอาคาราที่ขอรื้อถอนทั้ง  4  ด้าน
    9.  อื่น ๆ 
          -  บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีมติเกี่ยวกับอาคารที่ขอรื้อถอน
          -  กรณีการขออนุญาตรื้อถอนบ้านพักครู  ให้โรงเรียนบันทึกชี้แจงประกอบการขออนุญาตรื้อถอนด้วยว่า  หากได้รับอนุญาตให้รื้อถอนแล้ว  จะไม่เกิดภาระงบประมาณค่าเช่าบ้านของราชการ
          -  ให้โรงเรียนจัดทำเอกสารประกอบการขออนุญาตรื้อถอน  จำนวน  3  ฉบับ  โรงเรียนเก็บ จำนวน  1  ฉบับ  ส่ง สพป.  จำนวน  2  ฉบับ
4. ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    4.1  กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง  ดูแล  บำรุงรักษา  ใช้และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ  พ.ศ.  2545  ข้อ 19 ข้อ 20  ข้อ  21  และข้อ  22
     4.2  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปกครอง  ดูแล  บำรุงรักษาและการใช้ที่ราชพัสดุ  พ.ศ.  2546  ข้อ 21 ข้อ 22 ข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ  25  ข้อ  26  และข้อ  27
     4.3  คำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่  63/2546  สั่ง  ณ  วันที่  10  กรกฎาคม  พ.ศ.  2546
    1.  ขอบเขตของงาน :  เป็นการจำหน่ายวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนของโรงเรียนในสังกัด  สพป.
    2.  ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 
       -  การขอนำวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์ให้โรงเรียนพิจารณานำไปใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างอาคาร  หรือสิ่งปลูกสร้างหรือนำไปจัดทำเป็นวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ  เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนเป็นลำดับแรก  ถ้าไม่สามารถดำเนินการตามข้อ  1  ได้ ให้นำวัสดุนั้นจำหน่ายโดยนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์  หรือสาธารณกุศล  หรือการขาย
         -   โดยวิธีขาย  ให้ สพป. ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน  แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาดแล้ว  ไม่ได้ผลดี ให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม  เว้นแต่การขายวัสดุที่รื้อถอนครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน  100,000.00  บาท  จะขายโดยวิธีตกลงราคาโดยไม่ต้องขายทอดตลาดก่อนก็ได้
การขายทอดตลาด  ดำเนินการดังนี้
    1.  แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคาอย่างน้อย  3  คน  คณะกรรมการประเมินราคาที่เสนอแต่งตั้งให้ประกอบด้วยผู้ชำนาญการหรือมีความรู้เกี่ยวกับการประเมินราคาอาคาร  หรือสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้  ดิน  หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ได้มาจากที่ราชพัสดุ  อย่างน้อย  1  คน เพื่อประเมินราคาให้เหมาะสมกับคุณภาพและปริมาณวัสดุที่รื้อถอน / วัสดุที่ได้จาการรื้อถอนแล้วแต่กรณี
    2.  เมื่อดำเนินการตาม  ข้อ  1  แล้วให้  สพป.  ดำเนินการ ดังนี้
          2.1  อนุมัติให้ดำเนินการขายทอดตลาด
          2.2  อนุมัติให้ดำเนินการขายทอดตลาด
          2.3  ประกาศขายทอดตลาด  พร้อมทำหนังสือและส่งประกาศขายทอดตลาด  เพื่อเผยแพร่ทางเว็ปไซค์  ซึ่งมีสาระสำคัญ  ดังนี้
 2.3.1  รายการที่จะขายทอดตลาด
 2.3.2  หลักประกันมูลค่าไม่น้อยกว่า  ร้อยละ  25  ของราคาประเมิน
 2.3.3  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าสู้ราคา
 2.3.4  กำหนดวันเวลาและสถานที่ในการให้หรือขายรายละเอียด
           2.4   แต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาดอย่างน้อย  3  คน  ในกรณีขายทอดตลาดโดยให้ผู้ที่ชนะการประมูล  ซื้ออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเป็นผู้รื้อถอน  ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสภาพ  หลังการรื้อถอนด้วย
    3.  เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการ  ให้หรือขาย  ประกาศขายทอดตลาดและรายการรายละเอียดการรื้อถอน  /  วัสดุที่ได้จากการรื้อถอนแล้วแต่กรณี  ตามระยะเวลาที่กำหนด
    4.  ในวันขายทอดตลาดให้ดำเนินการดังนี้
          4.1  รับลงทะเบียนเป็นผู้เข้าสู้ราคาทุกราย  โดยให้ลงลายมื่อชื่อพร้อมชำระหลักประกันเพื่อเข้าสู้ราคา
          4.2  ให้ชี้แจงผู้เข้าสู้ราคาทราบในส่วนที่ เป็นสาระสำคัญให้มีความเข้าใจตรงกัน  เช่น  การขายทอดตลาดเริ่มต้นที่ราคาประเมินเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาด  เป็นต้น
    5.  การขายทอดตลาด  เมื่อได้ผู้ที่ชนะการประมูลซื้ออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างแล้วหากชำระเงินสดทันทีให้ออกใบเสร็จรับเงินแล้วนำเงินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินของกรมธนารักษ์  กรณีไม่สามารถชำระเงินสดได้  ให้จัดทำสัญญาซื้อขายอาคารที่รื้อถอน  หรือวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนโดยให้สีรายการรายละเอียดการรื้อถอน / วัสดุที่ได้จาการรื้อถอน  แล้วแต่กรณีเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย
    6.  รายงานผลการขายทอดตลาด  ให้  ผอ.สพป.  เพื่อทราบและนำเงินส่งคลังเป็นรายได้ของกรมธนารักษ์
2  โดยวิธีนำวสัสดุที่ได้จากการรื้อถอนไปใช้ประโยชน์
ให้ดำเนินการดังนี้
      2.1  แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับวัสดุที่ได้จาการรื้อถอนไม่น้อยหว่า  3  คน  เพื่อตรวจนับและครอบคลุมการใช้วัสดุ  และจัดทำบัญชี  คุมยอดวัสดุที่รื้อถอนว่ามีจำนวนใด  นำไปใช้เท่าใดและคงเหลือเท่าใดทั้งนี้หากมีวัสดุคงเหลือจากการใช้ประโยชน์ให้ดำเนินการจำหน่าย
      2.2  การนำวัสดุไปใช้ประโยชน์แก่ทางราชการให้นำไปใช้ดังนี้
  1)  นำไปก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจะต้องนำส่งขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ
         2)  นำไปจัดทำเป็นวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น  โต๊ะ  เก้าอี้  เป็นต้น  และวัสดุอุปกรณ์นั้นจะต้องลงบัญชี  หรือทะเบียนควบคุมพัสดุ  ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการวัสดุ  พ.ศ. 2535  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  3)  กรณีนำวัสดุที่ได้จากการรื้อถอน  ไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ นอกเหนือจาก 1)  และ  2)  ให้ทำความตกลงดังนี้
         3.1)   โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร  ห้าทำความตกลงกับกรมธนารักษ์
                     3.2)   โรงเรียนในส่วนภูมิภาคให้ทำความตกลงกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่
3.  การนำวัสดุที่ได้จาการรื้อถอนไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสาธารณกุศล  ใช้ปฏิบัติดังนี้3.1)  
     1)  โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร  ห้าทำความตกลงกับกรมธนารักษ
     2)   โรงเรียนในส่วนภูมิภาคให้ทำความตกลงกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่
 3)    แบบฟอร์มที่ใช้
 1. แบบฟอร์มประกาศขายทอดตลาดวัสดุที่ได้จากการรื้อถอน
5.  ข้อสังเกต
 1.  เมื่อโรงเรียนได้รับอนุญาตให้รื้อถอนและจำหน่ายวัสดุตามที่โรงเรียนแจ้งขออนุญาตแล้วแต่ไม่ได้ดำเนินการตามที่ขออนุญาต   ทำให้อาคารยังคงไม่ได้ถูกรื้อถอนและจำหน่าย
     -  ไม่ได้ทำการรื้อถอนทันทีเนื่องจากไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ
    -  ผู้บริหารคนเดิมย้าย  ผู้บริหารคนใหม่เห็นสมควรไม่ให้รื้อ  จึงไม่ได้ดำเนินการใด ๆ
   2.  โรงเรียนไม่ได้จัดทำบัญชีคุมจำนวนวัสดุที่ได้จาการรื้อถอนว่าใช้ไปเท่าใด  คงเหลือเท่าใด
6.  ข้อสังเกต
    6.1  โรงเรียนได้รื้อถอนอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างแล้วจึงแจ้งขอรื้อถอน  ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้  สพป.  ไม่สามารถตรวจสอบสดภาพและหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้รื้อถอนได้
    6.2  โรงเรียนไม่หลักฐานรายการส่ง – รับ ที่ราชพัสดุขึ้นทะเบียน (แบบ  ทบ 9)    ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบหนักฐานการได้มาของอาคารที่ของรื้อถอน
    6.3  โรงเรียนไม่มีการประชุมขอมติรื้อถอนอาคารจากคณะกรรมการสถานศึกษา  ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหากับชุมชน


 

 
   ส่งข่าวโดย : สพป.หนองหนองบัวลำภู เขต 1   เมื่อวันที่ : 26 พฤศจิกายน 2555 เปิดอ่าน: 7438 ครั้ง ปิดหน้าต่าง
ไอพี:: 1.2.254.176   
Comments with Facebook
5 ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกัน
หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน สพฐ.2556 [26 พฤศจิกายน 2555] [อ่าน 8290 ครั้ง]
การขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้างที่ได้จากที่ราชพัสดุ [26 พฤศจิกายน 2555] [อ่าน 7438 ครั้ง]
ระเบียบการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน การประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ. ๒๕๕๕ [23 พฤศจิกายน 2555] [อ่าน 1023 ครั้ง]
เงินตกเบิกเลื่อนขั้น [23 พฤศจิกายน 2555] [อ่าน 1103 ครั้ง]

ปิดหน้าต่าง


นายพรชัย โพคันโย รอง.ผอ.สพป.หนองบัวลำภู เขต 1
@Power by sumphan214@hotmail.com,sumphan@nongkhai2.moe.go.th